Welcome Glitter Graphic

Monday, 15 July 2013

Study notes No.5

วันนี้อาจารย์ได้ให้นำเสนองานประดิษฐ์ของเล่นทุกคนพร้อมให้คำแนะนำ ในการประดิษฐ์อาจารย์ได้แบ่งออกเป็น 3 ชิ้น คือ
1.งานประดิษฐ์ของเล่น
2.งานประดิษฐ์ที่ใช้ในมุมวิทยาศาสตร์
3.งานประดิษฐ์สำหรับทดลอง
ซึ่งในขั้นตอนดำเนินงานต้องบันทึกตั้งแต่แรกเริ่มจนจบการทำงานโดยให้บันทึกลงบล๊อค
หลังจากนำเสนองานเสร็จแล้วอาจารย์ได้เปิด VDO ของรายการ iSci ความฉลาดแบบยกกำลังสอง ช่อง Thaipes เรื่อง ลูกโป่งรับน้ำหนัก และ VDO ของรายการ รู้รอบโลกวิทยาศาสตร์ เรื่องเมล็ดจะงอกไหม เมื่อดูจบอาจารย์ได้อธิบายเพิ่มเติมพร้อมสั่งงานเป็นอันจบคาบเรียน

ได้ความรู้อะไร ?
- ได้รู้เกี่ยวกับการทำของเล่น
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของลูปโป่งที่รับน้ำหนักได้มาก
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องการงอกของเมล็ดพืช

ได้ทักษะอะไร ?
- ได้ทักษะการสังเกต
- ได้ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล
- ได้ทักษะการนำเสนอ

ประยุกต์ใช้อย่างไร ?
- นำไปประยุกต์ใช้คือ การนำวัสดุที่เหลือใช้มารีไซเคิลใหม่และสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานที่สามารถใช้ประโยชน์และเรียนรู้ได้

** งานที่ได้รับมอบหมาย
ให้นำอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ของเล่นมา 2 ชุด เพื่อสอนเพื่อนอีกคน


VDO เรื่อง ลูกโป่งรับน้ำหนัก





VDO เรื่อง เมล็ดจะงอกไหม


Monday, 8 July 2013

Study notes No.4

วันนี้อาจารย์ได้ให้พับกระดาษเป็น 8 แผ่น เท่าๆกันและให้แม็กเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วให้วาดรูปตามจินตนาการของตัวเองที่มุมกระดาษ จากนั้นก็ลองกรีดกระดาษดู ภาพก็จะเคลื่อนที่ตามความเร็ว หลังจากทำกิจกรรมนี้อาจารย์ได้ให้ดู CD เรื่อง อากาศมหัศจรรย์ พร้อมสรุปเหมือนที่เคยดูเรื่องอื่นในสัปดาห์ก่อน

ได้ความรู้อะไร ?
- ได้รู้เกี่ยวกับการทำภาพเคลื่อนไหว
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของการสร้างจินตนาการ
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของอากาศ

ได้ทักษะอะไร ?
- ได้ทักษะการคิด
- ได้ทักษะการหาคำตอบอย่างมีเหตุมีผล
- ได้ทักษะการวิเคราะห์และสรุป

ประยุกต์ใช้อย่างไร ?
- นำไปประยุกต์ใช้คือ นำไปสร้างภาพเคลื่อนไหวที่ชัดเจนกว่าเก่า โดยสร้างสรรค์ให้เกิดความหลากหลายและหลายรูปแบบ


ภาพเคลื่อนไหวที่ข้าพเจ้าทำ คือ การเกิดของไก่





VDO เรื่อง อากาศมหัศจรรย์



** สรุปเรื่อง อากาศมหัศจรรย์

อากาศ คือ  ส่วนผสมของก๊าซต่าง ๆ  และไอน้ำซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่  ก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน  นอกนั้นเป็นก๊าซอื่น ๆ  ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย  อากาศมีอยู่รอบ ๆ  ตัวเราทุกหนทุกแห่ง  ทั้งบนยอดสูงสุดของภูเขาและในที่จอดรถใต้ดิน  อากาศมีอยู่ในบ้าน  มีอยู่ในโรงเรียนและในรถยนต์  อากาศไม่มีสี  ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น 

บรรยากาศคืออะไร 
บรรยากาศคือ  ชั้นของอากาศที่ล้อมรอบโลกและด้วยแรงดึงดูดของโลกทำให้บรรยากาศคงสภาพอยู่ได้  บรรยากาศมีความหนา 310 ไมล์ และมีถึง 4 ชั้น  นักวิทยาศาสตร์แบ่งบรรยากาศออกเป็น 4 ชั้น  ตามอุณหภูมิ  ชั้นแรกมีชื่อเรียกว่า โทรโพสเฟียร์ (Troposhere)  ชั้นสูงถัดจากโทรโพสเฟียร์ คือ ชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratoshere)  เมโสสเฟียร์ (Mesosphere)  และชั้นบนสุดคือ เทอร์โมสเฟียร์ (Thermoshere)  อากาศในบรรยากาศแต่ละชั้นจะแตกต่างกัน  แต่ในทุก ๆ ชั้นล้วนเป็นส่วนสำคัญของสิ่งแวดล้อมของโลก

ความสำคัญของอากาศและบรรยากาศ
1. มีก๊าซที่จำเป็นต่อการมีชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช
2. มีอิทธิพลต่อการเกิด ปริมาณ และคุณภาพของทรัพยากรอื่น เช่น ป่าไม้และแร่ธาตุ  ทำให้เกิดลมและฝน
3. ช่วยปรับอุณหภูมิของโลก โดยเฉพาะไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนจากพื้นดิน ทำให้ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืน และ ฤดูร้อนกับฤดูหนาวไม่แตกต่างกันมาก และทำให้บริเวณผิวโลกมีความอบอุ่นขึ้น
4. มีผลต่อการดำรงชีวิต สภาพจิตใจ และร่างกายของมนุษย์ ถ้าสภาพอากาศไม่เหมาะสม เช่น แห้งแล้งหรือหนาวเย็นเกินไปคนจะอยู่อาศัยด้วยความยากลำบาก
5. ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีของดวงอาทิตย์ โดยก๊าซโอโซนในบรรยากาศจะกรองหรือดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งทำให้ผิวไหม้เกรียม เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง และโรคต้อกระจก
6. ช่วยเผาไหม้วัตถุที่ตกมาจากฟ้าหรืออุกกาบาตให้กลายเป็นอนุภาคเล็กๆ จนไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และทรัพย์สิน


** หาเพิ่มเติม เรื่อง ภาพติดตา

ภาพติดตา หมายถึง ความรู้สึกในการเห็นภาพครั้งนึงอยู่ในสมองชั่่วขณะทั้งๆ ที่ไม่มีภาพของวัตถุนั้นอยู่บนจอภาพนั้นอยู่แล้ว คนปรกติจะมีระยะเวลาการเห็นภาพติดตาประมาณ 10-15 ภาพต่อวินาที หลักการนี้ได้ถูกนำมาใช้ในการทำภาพเคลื่อนไหว อย่างเช่นการ์ตูนแอนิเมชั่น และการถ่ายภาพยนต์ อย่างที่เราเห็นในจอโทรทัศน์ไม่ได้สว่างพร้อมกันหมดทั้งจอ แต่หลอดภาพในโทรทัศน์จะยิงลำแสงต่อกันเป็นแถบสีเป็นความเร็วที่สูงมาก สแกนจากบนล่งล่าง แถบเว้นแถบแล้วจึงขีดแถบที่ว่างจนเต็ม แต่ที่เราไม่รู้สึกเพราะเราเห็นภาพเป็นภาพติดตา จึงเป็นภาพสว่างพร้อมกันทั้งจอ

Monday, 1 July 2013

Study notes No.3

วันนี้อาจารย์ได้กลับมาสรุปเนื้อหาในเรื่องของวิทยาศาสตร์อีกครั้ง โดยครั้งนี้อาจารย์ได้แยกออกมาเป็นหัวข้อให้เห็นได้ชัดขึ้นในรูปของ Mind Mapping ส่วนของเนื้อหาที่พิมพ์ลงไปนั้นอาจารย์จะถามนักศึกษาและเอาคำตอบจากของนักศึกษาเป็นเนื้อหาในแต่ละหัวข้อนั้นๆ หลังจากร่วมอภิปรายและซักถามในหัวข้อนี้เสร็จแล้ว อาจารย์ได้พูดถึงการดู CD เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ เรื่อง มหัศจรรย์ของน้ำ ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไรพร้อมกับสรุปให้นักศึกษาฟัง หลังจากสรุปเรื่องนี้เสร็จ ก่อนที่อาจารย์จะให้ดู CD เรื่องต่อไป คือ เรื่องความลับของแสง อาจารย์ให้ดูก่อนว่าสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ที่ให้ดูนี้สอนเกี่ยวกับเรื่องอะไร หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้ดู CD เรื่อง ความลับของแสง พร้อมกับให้สรุปเนื้อหาจากการดู CD และส่งท้ายคาบเรียนทุกคน

ได้ความรู้อะไร ?
- ได้รู้เกี่ยวกับเนื้อหาของวิทยาศาสตร์
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของน้ำ
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของแสง

ได้ทักษะอะไร ?
- ได้ทักษะการคิด
- ได้ทักษะการหาคำตอบอย่างมีเหตุมีผล
- ได้ทักษะการวิเคราะห์และสรุป

ประยุกต์ใช้อย่างไร ?
- นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ในการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวและปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น

** งานที่ได้รับมอบหมาย
- ให้นักศึกษาคิดสื่อวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุที่เหลือใช้ มา 1 ชิ้น
- ให้เก็บใบไม้ 1 ใบ และทำให้แห้ง

VDO ที่ศึกษาวันนี้ เรื่อง ความลับของแสง



Mind Mappinp สรุปในเรื่องของวิทยาศาสตร์


** สรุป เรื่อง ความลับของแสง


แสง  เป็นพลังงานรูปหนึ่งที่รับรู้ได้ด้วยสายตา  แสงช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้

แหล่งกำเนิดแสง
แหล่งกำเนิดแสง  หมายถึง  สิ่งที่ทำให้เกิดแสงได้ โดยแยกได้   3  ประเภท ดังนี้
1. แสงที่เกิดจากธรรมชาติ  เช่น  ดวงอาทิตย์ ดวงดาวบางดวง  ฟ้าแลบ  ฟ้าผ่า แสงจากดวงอาทิตย์ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ใหญ่ที่สุด                               
2. แสงจากสัตว์  สัตว์บางชนิดจะมีแสงในตัวเอง  เช่น หิ่งห้อย แมงดาเรือง
3. แสงที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น  เช่น  แสงจากไฟฉาย เทียนไข หลอดไฟฟ้า แสงที่เกิดจากการลุกไหม้

การเดินทางของแสง
               แสงเดินทางจากแหล่งกำเนิดด้วยความเร็วมาก โดยเดินทางได้ 186,000  ไมล์ต่อวินาที หรือ 300,000  กิโลเมตร ต่อวินาที  แสงจะเดินทางเป็นเส้นตรง และเดินทางผ่านสุญญากาศได้  เช่น  แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางมายังโลกของเรา โดยผ่านสุญญากาศ ผ่านอากาศมายังโลกของเราใช้เวลา  8  นาที  ซึ่งดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกของเราถึง  93  ล้านไมล์

ตัวกลางของแสง
ตัวกลางของแสง  หมายถึง   วัตถุที่ขวางทางเดินของแสง โดยแบ่งเป็น  3  ประเภท ดังนี้
1. ตัวกลางโปร่งใส  หมายถึง  ตัวกลางที่ยอมให้แสงผ่านไปได้หมด  เช่น น้ำใส พลาสติกใส กระจกใส อากาศ แก้วใส
2. ตัวกลางโปร่งแสง  หมายถึง  ตัวกลางที่แสงผ่านไปได้ดี  แต่ผ่านได้ไม่หมด เช่น  น้ำขุ่น กระจกฝ้า หรือหมอกควัน เป็นต้น
3. ตัวกลางทึกแสง  หมายถึง  ตัวกลางที่แสงผ่านไม่ได้เลย เช่น  สังกะสี กระเบื้อง กระจกเงา เป็นต้น

การหักเหของแสง
                 แสงเมื่อเดินทางผ่านตัวกลางอย่างเดียว จะเดินทางเป็นเส้นตรง แต่เมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางอย่างหนึ่ง ไปยังตัวกลางอีกอย่างหนึ่ง ที่มีความหนาแน่นต่างกัน จะเกิดการหักเหของแสง เช่น  แสงเดินทางจากน้ำผ่านอากาศ หรือจากอากาศผ่านไปยังน้ำ จะเกิดการหักเหตรงรอยต่อ

Monday, 24 June 2013

Study notes No. 2

วันนี้อาจารย์ได้ให้จับกลุ่ม 6 คน แล้วนั่งให้เป็นวงกลมกระจายไปรอบๆห้อง เสร็จเรียบร้อยแล้วอาจารย์ได้ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกไปรับเนื้อหาที่จะให้ศึกษาในวันนี้ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หลังจากได้เนื้อหาครบทุกกลุ่มแล้วอาจารย์ได้ให้เวลา 30 นาที เพื่อศึกษาและสรุป โดยเนื้อหาทั้งหมดมี 6 เรื่องดังนี้
1.ความหมายของวิทยาศาสตร์
2.ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
3.แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
4.กระบวนการวิทยาศาสตร์และผลผลิต
5.พัฒนาการสติปัญญา
6.การเรียนรู้
เมื่อหมดเวลาแล้วอาจารย์ก็ให้แต่ละกลุ่มเลือกตัวแทน 1 คนเพื่อให้เผยแพร่ข้อมูลแก่กลุ่มอื่นโดยจะกำหนดให้ว่าแต่ละกลุ่มนั้นได้หัวข้อเรื่องอะไร หลังจากวนครบทุกกลุ่มแล้วอาจารย์ให้สรุปข้อที่เหมือนและแตกต่างกัน จากนั้นก็ให้ออกมานำเสนอ ซึ่งการออกมานำเสนอนั้นแต่ละกลุ่มโดนแก้ไขหมดและให้ทำส่งและนำมาเสนอใหม่ในอาทิตย์หน้า สุดท้ายอาจารย์ได้ให้ดู CD เรื่องเกี่ยวกับน้ำ และจบคาบเรียน

ได้ความรู้อะไร ?
- ได้รู้เกี่ยวกับความหมายของวิทยาศาสตร์
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของพัฒนาการสติปัญญา
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของการเรียนรู้และอุปสรรค
- ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของวิทยาศาสตร์

ได้ทักษะอะไร ?
- ได้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม
- ได้ทักษะอ่านให้เร็ว
- ได้ทักษะการวิเคราะห์และสรุป

ประยุกต์ใช้อย่างไร ?
- นำไปประยุกต์ใช้ในการอ่านหนังสือให้เร็วขึ้นและในการสรุปนั้นต้องสรุปให้ได้ใจความไม่ใช่การลอกข้อความยาวๆมาแต่ต้องเป็นข้อความที่สรุปจากความเข้าใจของตนเอง


  VDO ที่ได้ดูวันนี้ เรื่อง มหัศจรรย์ของน้ำ 




ภาพบรรยากาศขณะที่เข้ากลุ่มศึกษาในเรื่องของวิทยาศาสตร์และสรุปวิเคราะห์เกี่ยวกับในเรื่องนี้ 



** สรุปของกลุ่มข้าพเจ้า เรื่อง แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์(กลุ่ม 5)



** สรุปเรื่อง มหัศจรรย์ของน้ำ

น้ำ เป็นสารประกอบเคมีชนิดหนึ่ง มีสูตรเคมีคือ H2โมเลกุลของน้ำประกอบด้วยออกซิเจน 1 อะตอมและไฮโดรเจน 2 อะตอมเชื่อมติดกันด้วยพันธะโควาเลนต์ น้ำเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน แต่พบบนโลกที่สถานะของแข็ง (น้ำแข็ง) และสถานะแก๊ส (ไอน้ำ) น้ำยังมีในสถานะของผลึกของเหลวที่บริเวณพื้นผิวที่ชอบน้ำ

ความสำคัญของน้ำ น้ำนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายประการและถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตที่จะขาดเสียมิได้ ในความสำคัญของน้ำอาจสรุปได้ 5ประการ คือ
1.น้ำมีความสำคัญต่อเกษตรกรรม ทั้งในด้านการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์
2.น้ำมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม และการผลิตพลังงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
3.น้ำมีความต่อการคมนาคมขนส่งทางเรือ
4.น้ำมีความสำคัญต่อการบริโภคใช้สอยของมนุษย์โดยตรง

Monday, 17 June 2013

Study notes No. 1

วันนี้เรียนเป็นคาบแรกอาจารย์ได้ปฐมนิเทศเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียนพร้อมสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับการเรียนวิชานี้ อาจารย์ได้สั่งให้นักศึกษาทำบล๊อคเหมือนเดิมโดยในรายละเอียดของบล๊อคต้องมีเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษแทรกอยู่ด้วย เรื่องแรกที่อาจารย์สอนในวันนี้ คือ เรื่องของพัฒนาการเด็กปฐมวัย ตามด้วยเรื่องของ การจัดประสบการณ์ และเรื่องของวิทยาศาสตร์กับเด็กปฐมวัย หลังจากจบการเรียนการสอนอาจารย์ยังสอนการทำ Mind Mapping ลงบล๊อคและได้ให้ไปบันทึกบล๊อคพร้อมกับมาลิงค์ในสัปดาห์หน้า

ได้ความรู้อะไร ?
- ได้รู้เกี่ยวกับความหมายของพัฒนาการ
- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของสาระการเรียนรู้
- ได้รู้เกี่ยวกับแนวการสอน การจัดประสบการณ์ วิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย
- ได้รู้วิธีการทำ Mind Mapping

ได้ทักษะอะไร ?
- ได้ทักษะการใช้เทคโนโลยีกับการเรียน
- ได้ทักษะการคิดและวิเคราะห์
- ได้ทักษะใช้ภาษา

ประยุกต์ใช้อย่างไร ?
- นำไปประยุกต์ใช้โดยการบันทึกข้อมูลในคาบเรียนแล้วนำมาถ่ายทอดด้วยบล๊อคที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะนำความรู้นี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันและการจัดประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้





** หาข้อมูลเพิ่มเติม 

ความหมายของการจัดประสบการณ์
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  ( 2536 : 58 )  ได้ให้ความหมายของการจัดประสบการณ์ไว้ว่าการจัดประสบการณ์ หมายถึง การจัดกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์และการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในห้องเรียนให้กับเด็กปฐมวัย  โดยให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากการเล่น การลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้ครบทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา โดยมิใช่มุ่งจะให้อ่านเขียนได้ดังเช่นในระดับประถมศึกษาแต่เป็นการปูพื้นฐานหรือพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ได้ดี และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ     ให้ครบทุกด้านทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยมิใช่มุ่งจะให้อ่านเขียนได้ดังเช่นระดับประถมศึกษาแต่เป็นการปูพื้นฐานหรือพัฒนาการทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น ทักษะในการสังเกตโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าสรุปได้ว่า การจัดประสบการณ์เป็นการจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยที่มิใช่มุ่งเน้นด้านวิชาการหรือการเรียนเนื้อหาวิชาการ แต่เป็นการส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน โดยให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ  มีประสบการณ์ตรงกับสื่อ สิ่งแวดล้อม บุคคล ตามความสามารถของเด็ก เพื่อเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในระดับต่อไป

ความหมายของเด็กปฐมวัย

ด็กปฐมวัย (Early  Childhood)  เป็นคำที่เราใช้เรียกเด็กตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง ปี  ซึ่งอยู่ในวัยที่คุณภาพของชีวิตทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม และสติปัญญากำลังเริ่มต้นพัฒนาอย่างเต็มที่ 

ความหมายของวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้ที่ได้มาจากการศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งสามารถแสดงหรือพิสูจน์ได้ว่าถูกต้อง และเป็นความจริง โดยใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ แล้วจัดความรู้นั้นเข้าเป็นระเบียบ เป็นหมวดหมู่